วันพุธที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2554

การขับขี่ยานพาหนะ นักเรียนจะมีวิธีการลดอุบัติเหตุในการขับขี่ยานพาหนะอย่างไร

การขับขี่ยานพาหนะ  นักเรียนจะมีวิธีการลดอุบัติเหตุ
ในการขับขี่ยานพาหนะอย่างไร
               
                จากอดีตที่ผ่านๆมาจนถึงปัจจุบันนี้การใช้รถใช้ถนนมีการเพิ่มจำนวนมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อมีการใช้รถใช้ถนนกันมากมักจะมีสิ่งดีและสิ่งไม่ดีควบคู่ไปด้วยและสิ่งที่ใครๆหลายๆคนมักไม่อยากให้เกิดกับตัวเองก็คืออุบัติเหตุจากการใช้ยานพาหนะต่างๆบนท้องถนนไม่ว่าจะเป็นการใช้รถจักยานยนต์   รถยนต์  รถบรรทุกและอื่นๆอีกมากมายในการใช้รถในบางครั้งอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นมักส่งผลเสียในสังคม  สิ่งแวดล้อมในหลายๆด้านคอยได้รับผลกระทบไปตามๆกันปัญหาเหล่านี้หลายๆคนหลายๆท่านก็คงจะพบเห็นอยู่บ่อยเป็นประจำกระผมได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของปัญหาเหล่านี้จึงได้รวบรวมและวิเคราะห์ถึงปัญหาการขับขี่ยานพาหนะอย่างไรเพื่อให้ลดอุบัติเหตุจากการขับขี่ยานพาหนะในที่ต่างๆ
เทคนิคการขับรถลดอุบัติเหตุ
              กฎความปลอดภัย
                ก่อนสตาร์ทเครื่องยนต์  คาดเข็มขัดนิรภัยและปรับเบาะนั่ง   ปรับมุมกระจกส่องหลังทั้ง 3บาน เลื่อนคันเกียร์มาที่ตำแหน่ง P (รถเกียร์อัตโนมัติ) หรือเกียร์ว่างสำหรับรถเกียร์ธรรมดา ขณะสตาร์ทเครื่องยนต์ให้เหยีบคลัซ (รถเกียร์ธรรมดา) หรือเบรค (รถเกียร์อัตโนมัติ)อย่ายืนสตาร์ทเครื่องยนต์รถ กรณีขับรถถอยหลัง ให้ขับช้าๆ เท่าที่จะทำได้เหยียบเบรคทดสอบในระยะ 10 เมตรแรกที่เคลื่อนรถออก ดึงเบรคมือทุกครั้งที่จอดรถ (รวมทั้งจอดรอสัญญาณไฟ)  หมุนพวงมาลัยให้ล้อชนขอบถนน เมื่อจอดรถบนทางลาดชัน การเปลี่ยนยางรถให้หาวัสดุมารองหนุนล้อรถ เพื่อกันรถเคลื่อนขณะขึ้นแม่แรงยกรถอย่าจอดรถบนเชิงสะพาน ทางโค้ง หรือช่องขวาสุด เมื่อรถเสีย
                ท่านั่งขับรถ
                 การปรับระยะห่างเบาะรองนั่ง สำหรับรถเกียร์ธรรมดา ให้เท้าเหยียบแป้นคลัชจนสุด ค้างไว้ โดยไม่เขย่ง แล้วเลื่อนเบาะเข้ามาให้เข่างอเล็กน้อย และรถเกียร์อัตโนมัติให้เหยียบคันเร่งจนสุด โดยไม่ขย่งแล้วเลื่อนเบาะเข้ามาเหมือนกับรถเกียร์ธรรมดาต้องนั่งหลังพิงพนักเบาะให้มั่นคง เวลาโดยชนจะลดแรงที่กระทำต่อกล้ามเนื้อหลังปรับระดับคอพวงมาลัยให้เห็นมาตรวัดและไพเตือนบนหน้าปัดและวงพวงมาลัยต้องสูงพ้นหน้าตัก/หน้าขาของผู้ขับรถมือจับพวงมาลัยส่วนบนสุดและงอแขนเล็กน้อย จะช่วยให้มีระยะหมุนพวงมาลัยได้ดีกว่าการเหยียดแขนตรงเวลาขับรถอย่านั่งหุบเข่า ให้เข่าซ้ายยันกับคอนโซลกลางรถ เพื่อให้เกิดความมั่นคงเวลาขับรถการหมุนพวงมาลัย ต้องให้น้ำหนักเท่ากันทั้งมือขวาและซ้าย จะทำให้หมุนพวงมาลัยไม่กระตุกในการเหยียบเบรคหรือคลัซ ให้ส้นเท้าลอยจากพื้นรถ (ถ้าส้นเท้าแตะพื้นรถ แรงจะลงที่พื้นรถมากกว่าไปที่คันเบรค เป็นสาเหตุให้เบรครถไม่หยุด โดยเฉพาะเมื่อเกิดเหตุวิกฤติ)

                การวางแผนขับรถ
                จะช่วยลดอุบัติเหตุลงได้ ผู้ขับขี่จะต้องมองรถที่อยู่ข้างหน้าไปอีก 5 คัน ในการขับตามกันบนถนน (ที่รถวิ่งด้วยความเร็วสูง) ถ้าคันหน้าแตะเบรค ผู้ขับขี่ก็จะมีเวลาประมาณ 5 วินาทีในการตอบสนองได้ทันขณะขับรถเข้าโค้ง ตาต้องมองไปที่ทางโค้ง ซึ่งตาจะประเมินความโค้งและมือจะมีความสัมพันธ์กับตาทำให้ควบคุมรถเข้าโค้งได้ดีขึ้นการขับรถเข้าโค้ง ให้ชะลอความเร็ว หรือแตะเบรคก่อนเข้าโค้งแล้วถอนเบรค พร้อมกับเร่งคันเร่งเมื่อถึงกลางโค้ง และคืนพวงมาลัยเมื่อสุดโค้งการเปลี่ยนเกียร์เกียร์ธรรมดา เปลี่ยนที่ความเร็วรอบระหว่าง 3,000-4,000 รอบต่อนาที แต่เมื่อจะ  แซงให้เปลี่ยนเป็นเกียร์ต่ำก่อนเกียร์อัตโนมัติ ให้ใช้ในการแซง

ระยะเบรก
 ที่ความเร็ว 20 กม./ชม. ระยะเบรกต้องใช้อย่างน้อยที่สุด คือ 7 เมตร
 ที่ความเร็ว 40 กม./ชม. ระยะเบรกต้องใช้อย่างน้อยที่สุด คือ 18 เมตร
 ที่ความเร็ว 60 กม./ชม. ระยะเบรกต้องใช้อย่างน้อยที่สุด คือ 34 เมตร
 ที่ความเร็ว 80 กม./ชม. ระยะเบรกต้องใช้อย่างน้อยที่สุด คือ 54 เมตร
 ที่ความเร็ว 100 กม./ชม. ระยะเบรกต้องใช้อย่างน้อยที่สุด คือ 80 เมตร

การใช้ความเร็วตามกฎหมาย
รถยนต์นั่งในเขต กทม. เขตเมือง เขตเทศบาล ความเร็วไม่เกิน 80 กม./ชม.นอกเขตไม่เกิน
 90 กม./ชม.  -รถกระบะน้ำหนักรวมบรรทุกเกิน 1,200 กก. ในเขตกทม. เขตเมือง เขตเทศบาลความเร็วไม่เกิน 60 กม./ชม.นอกเขตไม่เกิน 80 กม./ชม.

ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ
                ปัจจัยด้านคน
                การดื่มของมึนเมาหรือการใช้สารเสพติด คือผู้ขับขี่ยานพาหนะขณะมึนเมา
จากการดื่มของมึนเมาประเภทต่าง ๆ ทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุสูงกว่าผู้ขับขี่
ที่ปฏิบัติตามกฎจราจร เนื่องจากผู้ขับ อาจจะบังคับรถไปในทิศทางหรือตำแหน่งที่ทำให้
เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย พฤติกรรมการใช้รถใช้ถนน และการไม่ปฏิบัติตามกฎจราจร คือ ผู้ขับขี่ยานพาหนะมีพฤติกรรม เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ รวมถึงไม่ปฏิบัติตามกฎจราจรเกี่ยวกับสัญญาณไฟจราจร ป้ายจราจร เครื่องหมายจราจร กฎจราจรและการใช้สัญญาณไฟของยานพาหนะ ทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุสูงกว่าผู้ขับขี่ที่ปฏิบัติตามกฎจราจรเนื่องจากผู้ขับขี่อาจจะบังคับรถไปในทิศทางหรือตำแหน่งที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย สภาวะทางกาย คือผู้ที่ขับขี่ยานพาหนะขณะร่างกายขาดความพร้อมในการควบคุมรถ เนื่องจากร่างกายอ่อนเพลียจากการขับรถเป็นเวลานาน และการพักผ่อนไม่เพียงพอ ทำให้ผู้ขับขี่มีโอกาสหลับใน หรือการตัดสินใจของผู้ขับขี่ช้าลง ทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ และความผิดปกติทางร่างกาย ก็จะทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิด
อุบัติเหตุมากกว่าผู้ขับขี่ที่มีสภาวะร่างกายปกติ เนื่องจากผู้ขับขี่อาจไม่สามารถประเมินสถานการณ์ขณะขับขี่ยานพาหนะได้ถูกต้อง
                ปัจจัยด้านยานพาหนะ
                 อุปกรณ์พื้นฐานในการเดินรถ คือ ความสมบูรณ์ของอุปกรณ์ยานพาหนะที่พร้อมใช้งานได้อย่างเหมาะสมอุปกรณ์ด้านความปลอดภัย คือ อุปกรณ์ที่ช่วยป้องกันหรือลดความรุนแรงในขณะเกิดอุบัติเหตุลงเพื่อความปลอดภัยของผู้ขับขี่และผู้โดยสารที่อยู่ในยานพาหนะนั้น การปรับแต่งสภาพยานพาหนะ คือ ยานพาหนะที่มีการดัดแปลงและใช้งานผิดประเภทส่งผลให้เกิดการลดลงของมาตรฐานความปลอดภัยของยานพาหนะ อันอาจส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุได้การบรรทุกที่ไม่ปลอดภัย คือ ยานพาหนะมีการบรรทุกน้ำหนักมากเกิน บรรทุกสูงเกินบรรทุกยื่นเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด อาจส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุได้
                ปัจจัยด้านถนน
                อุปกรณ์ควบคุมการจราจร คือ เครื่องหมายจราจร ป้ายจราจร สัญญาณไฟจราจรมีสภาพสมบูรณ์และมีการติดตั้งในตำ แหน่งที่เหมาะสมหรือไม่ มองเห็นได้ชัดเจนหรือไม่อุปกรณ์เพิ่มความปลอดภัยข้างทาง คือ อุปกรณ์ที่ติดตั้งเพื่อป้องกันมิให้รถที่เกิดอุบัติเหตุวิ่งออกนอกถนน โดยทั่วไปจะติดตั้งไว้บริเวณที่เป็นจุดเสี่ยงอันตรายไฟฟ้าส่องสว่าง คือ ไฟฟ้าให้แสงสว่างแก่ผู้ขับขี่ในเวลากลางคืน โดยพิจารณาว่าความสว่างบนถนนในบริเวณนั้นเพียงพอสำหรับการมองเห็นคนหรือสัตว์เดินข้ามถนนหรือไม่สภาพผิวถนน คือ ความสมบูรณ์ของถนนมีความเหมาะสมกับการใช้งานหรือมีข้อบกพร่องซึ่งอาจเป็นสาเหตุให้เกิดอุบัติเหตุได้
                ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม
                อุปสรรคทางธรรมชาติ คือ สิ่งที่บั่นทอนความสามารถในการขับขี่ให้ลดลง ที่มีผลมาจากอุปสรรคทางธรรมชาติ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ทำให้ทัศวินัยผู้ขับขี่ลดลงทั้งสิ้นและอาจส่งผลให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้สิ่งกีดขวางบนช่องทางจราจร คือ วัตถุหรือสิ่งอื่นใดที่ร่วงหล่นบนผิวจราจร หรืออยู่ในตำแหน่งกีดขวางทางจราจร อันส่งผลให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้

สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด
 เมาสุรา  ขับรถเร็วเกินกำหนด  ตัดหน้ากระชั้นชิด  รถจักรยานยนต์ไม่ปลอดภัย (ดัดแปลงรถ)
 ไม่มีใบขับขี่  ทัศนวิสัยไม่ดี


พฤติกรรมเสี่ยงสำคัญที่เกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุ
1. ไม่สวมหมวกนิรภัย 2. เมาสุรา  3. ขับรถเร็วเกินกำหนด  4. ไม่มีใบขับขี่ 
5. รถจักรยานยนต์ไม่ปลอดภัย (ดัดแปลงรถ)  6. ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย

เทคนิค การขับขี่ รถยนต์ ให้ได้เปรียบ เชิงกล
                1. ในกรณีที่รถยนต์ของคุณติดไฟแดงเป็นเวลาค่อนข้างนาน ไม่ควรเหยียบเบรคแช่ไว้ตลอดเวลา ควรใส่เบรคมือไว้เพื่อผ่อนคลายความล้าของขาและช่วยยืดอายุหลอดไฟเบรค และสวิตช์ไฟเบรค ตลอดจนช่วยประหยัดพลังงานรถยนต์ของคุณด้วยครับ ถ้ารถยนต์ของคุณใช้เกียร์อัตโนมัติก็ควรโยกคันเกียร์ไปที่ตำแหน่ง เกียร์ว่าง (เกียร์ N) และใส่เบรคมือเช่นกันนอกจากข้อดีดังที่ได้กล่าวมาแล้ว ยังมีข้อดีอีกข้อครับคือ จะช่วยลดความร้อนที่เกิดในน้ำมันเกียร์อัตโนมัติ ซึ่งถ้าน้ำมันร้อนจัดแล้วจะทำให้น้ำมันเสื่อมสภาพเร็วขึ้นครับ
                2. ในกรณีที่คุณขับรถบนถนนเปียก ความเสียดทานระหว่างยางกับถนนจะลดลงประมาณครึ่งหนึ่งของถนนแห้ง ดังนั้นการยึดเกาะถนนไม่ดีเท่ากับถนนแห้งโอกาสที่ล้อจะล็อคตายและลื่นไถลไปบนถนนจึงมีสูงมากครับ ดังนั้นจึงต้องขับขี่ด้วยความระมัดระวังและอย่าใช้ความเร็วสูงเป็นอันขาด เพราะอุบัติเหตุที่พบเห็นอยู่เสมอมักเกิดขึ้นในบริเวณที่มีฝนตกจนถนนเปียกโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อฝนเริ่มลงเม็ดปรอยๆ ฝุ่นบนถนนจะผสมกับน้ำฝนจนเป็นเมือก ซึ่งมีความลื่นมากเป็นพิเศษครับ
                3. ในกรณีที่คุณเหยีบเบรคอย่างกะทันหันจนล้อล็อคตายคุณจะไม่สามารถควบคุมการเลี้ยวของรถยนต์ได้ครับ รถยนต์จะเลื่อนไหลไปตามแรงเฉื่อยของรถยนต์โดยที่ยางเสียดสีไปบนถนนเป็นทางยาว เรื่องนี้เป็นอันตรายมากครับดังนั้นถ้ารถยนต์ของคุณไม่ได้ใช้ เบรค ABS คุณอาจลดการล็อคตายของล้อได้ (เพราะในขณะที่คุณกำลังเบรค คุณสามารถรู้สึกได้ว่าล้อกำลังจะล็อคตาย) โดยอาจผ่อนเบรกเล็กน้อยแล้วจึงเหยียบเบรกลงไปใหม่อย่างรวดเร็วจะช่วยได้ครับ
                4. ในกรณีที่คุณขับรถลงทางชันซึ่งมีความลาดชันค่อนข้างมากคุณควรใช้เกียร์ต่ำเพื่อให้เครื่องยนต์ช่วยในการเบรค ซึ่งในทางวิศวกรรมเราเรียกว่า การเบรคด้วย เครื่องยนต์ แต่ถ้าคุณไม่ใช้การเบรคด้วยเครื่องยนต์ (อาจเป็นเพราะว่าความเคยชินหรือ กลัวเครื่องพัง หรือกลัวเปลืองน้ำมัน) อาจจะด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่นะครับ คุณก็จะต้องคอยเหยียบเบรคไว้ตลอดเวลา เพื่อไม่ให้ความเร็วของรถยนต์เพิ่มสูงเกินไปใช่มั้ยครับ การกระทำเช่นนี้จะมีผลเสียต่อระบบเบรค คือ เบรคจะสึกหรอเร็วกว่าปกติ เบรคจะร้อนจัดเกินไปเพราะ รถยนต์เคลื่อนที่ด้วยความเร็วต่ำเพราะการเบรคอยู่บ่อยครั้งอากาศจึงไม่สามารถเข้าไประบายความร้อนเบรคได้ทัน ประสิทธิภาพการเบรคจะลดลงครับ ถ้าเบรคร้อนมากจนทำให้น้ำมันที่ลูกปั้มเดือดก็จะส่งผลเสียอย่างมากครับ คือจะทำให้เบรคไม่อยู่และอาจเกิดอุบัติเหตุได้ครับ
                5. ในกรณีที่คุณขับรถอยู่บนถนนและ ยางรถยนต์ เกิดระเบิดขึ้นอย่างทันทีทันใด คุณจะรู้สึกได้ว่ารถยนต์เอียงไปข้างใดข้างหนึ่ง การควบคุมรถจะทำได้ยากครับ ถ้าเกิดเหตุการณ์ยางระเบิดดังกล่าว ต้องตั้งสติให้มั่น จับพวงมาลัยให้มั่นคง อย่าเหยียบเบรคอย่างทันทีนันใดเพราะจะทำให้รถยนต์เสียหลักได้ครับ ควรแตะเบรคอย่างนิ่มนวลเพื่อลดความเร็วของรถยนต์ แล้วเปลี่ยนช่องทางจราจรจอดข้างถนนตรงบริเวณที่ปลอดภัยเพื่อเปลี่ยนยางอะไหล่ หรือขอความช่วยเหลือครับ
เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับ 5กรณี ที่กล่าวมาไม่ยากเลยใช่มั้ยครับ ในบางครั้งคุณอาจจะต้องใช้เวลาในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการขับรถอย่างที่เคยขับมาด้วยความเคยชินก็ดี หรือ ความไม่รู้ก็ดี คุณก็ต้องลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการขับรถของคุณดูนะครับ ลองดูครับ แล้วคุณจะรู้ว่าการขับรถที่มีประสิทฺธิภาพได้เปรียบเชิงกลและมีความปลอดภัยนั้นจะทำให้รถยนต์ของคุณมีความสุข และ มีอายุการใช้งานที่ยาวนานและอยู่เคียงข้างคุณไปอีกนานแสนนานครับ และผมก็เชื่อว่าคุณและคนที่คุณรักจะต้องมีความสุขแน่นอนครับ
               
                การขับขี่ยานพาหนะการเกิดอุบัติเหตุถือว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งการลดอุบัติเหตุจากการขับขี่จึงเป็นสิ่งสำคัญในการขับขี่การขับรถยนต์ไม่ควรยืนสตาร์ทเครื่องยนต์รถเกียร์ธรรมดาให้เกียร์อยู่ที่ N  รถเกียร์อัตโนมัติให้เหยียบเบรกรถเกียร์ธรรมดาให้เหยียบรัชจุนสุดท่านั่งขับรถการปรับระยะห่างเบาะรองนั่งสำหรับรถเกียร์ธรรมดาให้เหยียบรัชสุดส่วนรถเกียร์อัตโนมัติให้เหยียบคันเร่งจนสุดแล้วเคลื่อนเบาะเข้ามาการวางแผนการขับรถผุ้ขับขี่ต้องมองเห็นรถที่อยู่ข้างหน้าอย่าง
น้อย5คันเมื่อรถข้างหน้าเบรกผู้ขับขี่ได้มีเวลาในการตัดสินใจอย่างน้อย5วินนาทีสายตาต้องเร็วตอบสนองทุกการขับขี่ระยะเบรกความเร็ว  20,40,60,80,100  กม./ชม.ระยะเบรกอย่างน้อย
7,18,34,54,80 เมตรตามลำดับส่วนการใช้ความเร็วตามกฎหมายเป็นสิ่งสำคัญในการช่วยลดอุบัติเหตุจากการขับขี่ได้รถยนต์นั่งในเขต กทม. เขตเมือง เขตเทศบาล ความเร็วไม่เกิน 80 กม./ชม.นอกเขตไม่เกิน 90 กม./ชม.  -รถกระบะน้ำหนักรวมบรรทุกเกิน 1,200 กก. ในเขตกทม. เขตเมือง เขตเทศบาลความเร็วไม่เกิน 60 กม./ชม.นอกเขตไม่เกิน 80 กม./ชม.ปัจจัยที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุด้านคนคือการที่ดื่มสุราทำให้ขาดสติในการควบคุมรถหรือไม่ปฏิบัติตามกฎจราจรร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอขาดความสามารถในการขับขี่ปัจจัยด้านพาหนะรถอาจไม่พร้อมในการใช้งานรถบรรทุกของออกมานอกรถใช้รถไม่เหมาะสมต่อการใช้งานใช้ผิดประเภททำให้เกิดอุบัติเหตุได้ปัจจัยด้านถนน อุปกรณ์ควบคุมการจราจร คือ เครื่องหมายจราจร ป้ายจราจร สัญญาณไฟจราจรมีสภาพไม่สมบูรณ์ถนนพื้นไม่เรียบเป็นหลุมเป็นบ่อทำให้เกิดอุบัติเหตุจากการขับขี่ได้ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม
 อุปสรรคทางธรรมชาติ คือ สิ่งที่บั่นทอนความสามารถในการขับขี่ให้ลดลง ที่มีผลมาจากอุปสรรคทางธรรมชาติเช่น กิ่งไม้ขวางทางบนถนนทำให้การจราจรลำบากเทคนิค การขับขี่ รถยนต์ ให้ได้เปรียบ เชิงกลกรณีที่รถยนต์ของคุณติดไฟแดงเป็นเวลาค่อนข้างนาน ไม่ควรเหยียบเบรคแช่ไว้ตลอดเวลา ควรใส่เบรคมือไว้เพื่อผ่อนคลายความล้าของขาและช่วยยืดอายุหลอดไฟเบรคกรณีที่คุณขับรถบนถนนเปียก ความเสียดทานระหว่างยางกับถนนจะลดลงประมาณครึ่งหนึ่งของถนนแห้ง ดังนั้นการยึดเกาะถนนไม่ดีเท่ากับถนนแห้งโอกาสที่ล้อจะล็อคตายและลื่นไถลไปบนถนนจึงมีสูงมากครับ ดังนั้นจึงต้องขับขี่ด้วยความระมัดระวังกรณีที่คุณเหยีบเบรคอย่างกะทันหันจนล้อล็อคตายคุณจะไม่สามารถควบคุมการเลี้ยวของรถยนต์ได้ครับ รถยนต์จะเลื่อนไหลไปตามแรงเฉื่อยของรถยนต์โดยที่ยางเสียดสีไปบนถนนเป็นทางยาว เรื่องนี้เป็นอันตรายมาก(เพราะในขณะที่คุณกำลังเบรค คุณสามารถรู้สึกได้ว่าล้อกำลังจะล็อคตาย) โดยอาจผ่อนเบรกเล็กน้อยแล้วจึงเหยียบเบรกลงไปใหม่อย่างรวดเร็วจะช่วยได้ครับกรณีที่คุณขับรถลงทางชันซึ่งมีความลาดชันค่อนข้างมากคุณควรใช้เกียร์ต่ำเพื่อให้เครื่องยนต์ช่วยในการเบรค ซึ่งในทางวิศวกรรมเราเรียกว่า การเบรคด้วย เครื่องยนต์กรณีที่คุณขับรถอยู่บนถนนและ ยางรถยนต์ เกิดระเบิดขึ้นอย่างทันทีทันใด คุณจะรู้สึกได้ว่ารถยนต์เอียงไปข้างใดข้างหนึ่งต้องตั้งสติให้มั่น จับพวงมาลัยให้มั่นคง อย่าเหยียบเบรคอย่างทันทีนันใดเพราะจะทำให้รถยนต์เสียหลักได้ครับ ควรแตะเบรคอย่างนิ่มนวลเพื่อลดความเร็วของรถยนต์ แล้วเปลี่ยนช่องทางจราจรจอดข้างถนนตรงบริเวณที่ปลอดภัยเพื่อเปลี่ยนยางอะไหล่

วิธีการขับรถ


10 ความคิดเห็น:

  1. ขอบคุณสำหรับบทความดีๆ

    ตอบลบ
  2. สุดยอด..ตัวหนังสือสวยมาก

    ตอบลบ
  3. เนื้อหาดีค่ะ มีประโยชน์มากเลย

    ตอบลบ
  4. อ่านได้ง่ายดี เข้าใจง่าย

    ตอบลบ
  5. คนที่เม้นท์กรุณาอ่านด้วย

    ตอบลบ